ฝันถึงญี่ปุ่น… แต่ต้องเตรียมงบเท่าไหร่ถึงจะเอาอยู่?
ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศในดวงใจของคนไทยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการไปดู ซากุระบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ในช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี บอกเลยว่าแค่คิดก็อยากจองตั๋วแล้ว 😆
แต่ก่อนจะกดจองจริง คำถามยอดฮิตที่ทุกคนต้องเจอคือ…
“เที่ยวญี่ปุ่น ใช้เงินเท่าไหร่?”
เพราะในปี 2026 นี้ ปัจจัยหลายอย่างทำให้การคำนวณงบแบบเดิมๆ อาจไม่เป๊ะเหมือนเมื่อก่อน ทั้ง
・ค่าเงินเยน (JPY) ที่ขึ้นลงไว
・มาตรการ Two-tier pricing (สองราคา) ที่เริ่มมีมากขึ้น
・รวมถึง ภาษีท่องเที่ยว/ค่าธรรมเนียมใหม่ๆ ที่บางเมืองเริ่มเก็บจริงจัง
ดังนั้นถ้าอยากเที่ยวแบบสบายใจ ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง
บทความนี้จะช่วย “กางโพยงบเที่ยวญี่ปุ่น” แบบเข้าใจง่ายให้ครับ
บทความนี้เหมาะสำหรับ
・นักท่องเที่ยวที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรก
・ผู้ที่ต้องการคุมงบประมาณ
・ผู้ที่มองหาข้อมูลอัปเดตล่าสุด
Table of Contents
เตรียมตัวก่อนไป: มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอะไรบ้าง?
ก่อนออกเดินทางไปญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ควรเช็กเลยคือ ค่าใช้จ่ายก้อนหลักที่ต้องจ่ายก่อน (Fixed Costs) เพราะหลายอย่างสามารถจองล่วงหน้าเพื่อได้ ตั๋วโปร และช่วยคุมงบได้ดีมาก
✈️ ตั๋วเครื่องบิน
ราคากลางๆ อยู่ที่ประมาณ 12,000 – 25,000 บาท
(ขึ้นอยู่กับสายการบิน + ช่วงที่ไป)
🏨 ที่พัก (Hotel/Hostel)
Hostel เริ่มต้นประมาณ 800 – 1,200 บาท/คืน
Business Hotel เริ่มต้นประมาณ 2,500 – 4,000 บาท/คืน
🛂 วีซ่าญี่ปุ่น
ข่าวดีคือ คนไทยยังได้รับยกเว้นวีซ่า (พำนักไม่เกิน 15 วัน) 🎉
🧳 ประกันเดินทาง
เริ่มต้นประมาณ 400 – 800 บาท
อันนี้แนะนำมากๆ เพราะช่วยให้อุ่นใจ เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินไม่ต้องกังวล
📶 อินเทอร์เน็ต (SIM / eSIM / Pocket WiFi)
SIM / eSIM เริ่มต้นประมาณ 350 – 600 บาท
Pocket WiFi เริ่มต้นประมาณวันละ 150 บาท
สรุปงบประมาณรวม: เที่ยวญี่ปุ่นใช้เงินเท่าไหร่?
(อ้างอิงทริป 5 วัน 4 คืน / ไม่รวมช้อปปิ้ง)
เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ว่าต้องเตรียมเงินประมาณไหน เราแบ่งงบออกเป็น 3 ระดับตามสไตล์การเที่ยวครับ 👇
| สไตล์เที่ยว | งบประมาณ/คน (ประมาณ) | แนวกิน/อยู่ |
| สายประหยัด (Budget) | 25,000 – 30,000 บาท | พัก Hostel / กินร้านสะดวกซื้อหรือร้าน Chain / เดินทางเฉพาะจุดที่จำเป็น |
| สายมาตรฐาน (Standard) | 35,000 – 50,000 บาท | พัก Business Hotel / กินร้านดังตามรีวิว / มีเดินทางข้ามเมืองบ้าง |
| สายหรู (Luxury) | 70,000 บาทขึ้นไป | พัก เรียวกังหรือโรงแรม 4–5 ดาว / กินโอมากาเสะ / ช้อปแบรนด์เนม |
📌 หมายเหตุสำคัญ:
ถ้าไปช่วง ฤดูกาลยอดฮิต เช่น ซากุระ หรือ ใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้ เผื่องบเพิ่มอีกประมาณ 20–30% เพราะช่วงนั้นราคาที่พักและค่าเดินทางมักจะพุ่งสูงกว่าปกติครับ
ค่ากิน + ค่าเดินทาง: ต้องแลกเงินเยนไปเท่าไหร่ดี?
ค่าใช้จ่ายรายวันในญี่ปุ่นจะขึ้นอยู่กับ อัตราแลกเปลี่ยนเงินเยน และ ไลฟ์สไตล์การกิน/เที่ยวของแต่ละคน เป็นหลักครับ
(สายกินหนัก-คาเฟ่เยอะ งบก็จะขยับขึ้นนิดนึง 😆)
🍱 ค่าอาหารมื้อหลัก
มื้อกลางวันทั่วไป: ประมาณ 800 – 1,500 เยน
มื้อเย็น: ประมาณ 1,500 – 3,000 เยน
ค่าอาหารในญี่ปุ่นมีตั้งแต่ราคาสบายกระเป๋าจนถึงหรูหราระดับโอมากาเสะ
ราคาประมาณในปี 2026 มีดังนี้:
อาหารทั่วไปและร้านสะดวกซื้อ
ข้าวปั้น (onigiri) ราคา ¥130–180 ต่อชิ้น, ชุดข้าวกล่อง (bento) ¥400–700, อาหารเช้าหรือชุดข้าวพร้อมซุป ¥500–700
อาหารมื้อกลางวัน
ร้านราเม็งพื้นฐาน ¥800–1,000, ชุดอาหาร teishoku ¥800–1,500, ข้าวแกงกะหรี่หรือร้าน Gyudon ¥450–600
อาหารมื้อเย็น
ร้านอิซากายะหรืออาหารชุดมาตรฐาน ¥1,500–3,000, ร้านซูชิสายพานเฉลี่ย ¥1,500–2,500, ราเม็งระดับพรีเมียม ¥1,200–1,800 หากเลือกร้านโอมากาเสะหรือคาเฟ่หรู ราคาต่อคนอาจสูงถึง ¥10,000–50,000

สายประหยัดสามารถคุมค่าอาหารให้อยู่ประมาณ ¥2,400 / วัน (ประมาณ 560 บาท) โดยเลือกกินร้านสะดวกซื้อและอาหารท้องถิ่นที่ราคาไม่สูง ระดับกลางอาจใช้งบวันละ ¥6,000 (≈ 1,400 บาท) ส่วนสายฟู้ดดี้ที่เน้นคาเฟ่และร้านดังจะอยู่ที่ ¥16,000 / วัน (≈ 3,700 บาท)
🚃 ค่าเดินทางในเมือง
โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,000 เยน/วัน
(ขึ้นอยู่กับว่าขึ้นรถไฟ/รถบัสบ่อยแค่ไหน และเที่ยวไกลหรือไม่)
ค่าเดินทางภายในเมืองของญี่ปุ่นมีความหลากหลาย ตัวอย่างค่าใช้จ่ายต่อเที่ยว ได้แก่:
รถไฟใต้ดิน/รถไฟ JR
ค่าตั๋วขึ้นอยู่กับระยะทาง มักอยู่ระหว่าง ¥170–320 ต่อเที่ยว และมีบัตรรายวันราคา ¥600–900
รถบัสในเมือง
ราคาประมาณ ¥200–250 ต่อเที่ยว
แท็กซี่
ค่าเริ่มต้นที่ ¥500–730 แล้วคิดเพิ่มตามระยะทาง
เดินทางข้ามเมืองด้วยชินคันเซน
ตัวอย่างราคาชินคันเซนชั้นปกติ (reserved seat) ปี 2026
เช่น โตเกียว→เกียวโต ¥13,320, โตเกียว→ฮิโรชิมา ¥19,000

🚅 แล้ว JR Pass ยังจำเป็นไหม?
ถ้าทริปของคุณเน้น เดินทางข้ามภูมิภาคหลายเมือง
(เช่น Tokyo → Osaka → Kyoto → Hiroshima)
👉 JR Pass ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่
แต่ถ้าเที่ยวแค่โซนเดียว เช่น Tokyo หรือ Osaka
👉 แนะนำให้เลือกเป็น Pass รายเมือง/รายภูมิภาค จะคุ้มกว่าและประหยัดกว่าเยอะครับ
Update 2026: ภาษีท่องเที่ยว + มาตรการ “สองราคา” ที่ต้องรู้ก่อนบิน
ปี 2026 นี้มีอัปเดตสำคัญที่นักท่องเที่ยวควรรู้ไว้ เพราะอาจมีผลกับงบที่เตรียมไปโดยตรง โดยเฉพาะถ้าอยากวางแผนแบบเป๊ะๆ ไม่โดนค่าใช้จ่ายแอบแฝงครับ
🏷️ มาตรการสองราคา (Two-tier pricing)
ช่วงหลังเริ่มมีบางสถานที่ท่องเที่ยว หรือร้านอาหารบางประเภทที่ คิดราคานักท่องเที่ยวต่างชาติสูงกว่าคนท้องถิ่นเล็กน้อย
ซึ่งส่วนใหญ่ทำเพื่อเอารายได้ไป บำรุงรักษาและดูแลแหล่งท่องเที่ยว
🧾 ภาษีท่องเที่ยว (Tourist Tax)
บางเมืองเริ่มเก็บ ภาษีที่พักเพิ่มเติม (Accommodation Tax)
อยู่ที่ประมาณ 100 – 500 เยน/คืน แล้วแต่พื้นที่และระดับที่พัก
✅ ข้อแนะนำ:
ก่อนเดินทางควรเช็กราคาจาก เว็บไซต์ทางการ ของสถานที่นั้นๆ หรือโรงแรมที่พัก เพื่อความชัวร์ครับ
เทคนิคประหยัดงบ + ช่องทางจ่ายเงินที่คุ้มที่สุด 💳✨
ยุคนี้การพกเงินสดจำนวนมากอาจทั้ง ไม่ปลอดภัย และ ได้เรทไม่ค่อยคุ้ม
ดังนั้นแนะนำให้ใช้วิธีจ่ายเงินที่คุมงบง่ายกว่า และได้เรทดีกว่าครับ
💳 ใช้บัตร Travel Card
เช่น YouTrip, Planet SCB, Krungthai Travel Card
ข้อดีคือ
・มักได้ อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าแลกเงินสด
・ใช้รูดจ่ายได้เกือบทุกที่
・เช็กยอด/คุมงบได้ง่าย
🛍️ อย่าลืมทำ Tax Refund
ถ้าซื้อของฝากหรือช้อปปิ้งในร้านที่ร่วมรายการครบ 5,000 เยน
อย่าลืม แสดงพาสปอร์ต เพื่อขอคืนภาษี 10% ได้ทันที คุ้มมากครับ
🍱 ประหยัดด้วย “ของลดราคา” ช่วงเย็น
ซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นมักลดราคาอาหารพร้อมทานหลัง 2 ทุ่ม
เป็นทริคยอดฮิตของคนญี่ปุ่นเองเลย ช่วยเซฟงบได้เยอะมาก 😄
❓ FAQ สรุปจบ: เที่ยวญี่ปุ่น ใช้เงินเท่าไหร่
Q: ต้องเตรียมงบไปเท่าไหร่?
A: เริ่มต้น 25,000 บาท (สายประหยัด) ถึง 50,000 บาท+ (สายกินเที่ยวสบาย) ต่อคน (ทริป 5 วัน)
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าไหม?
A: ไม่ต้องครับ เที่ยวได้สูงสุด 15 วัน (ฟรีวีซ่า)
Q: JR Pass ยังคุ้มไหม?
A: คุ้มเฉพาะคนที่ เดินทางข้ามภูมิภาค ไกลๆ เท่านั้น ถ้าเที่ยวโซนเดียวซื้อตั๋วแยกหรือ Pass รายเมืองถูกกว่า
Q: ควรแลกเงินสดหรือใช้บัตร?
A: ใช้ Travel Card เป็นหลัก (เรทดี/สะดวก) แต่ควรพก เงินสด ติดตัวบ้างสำหรับร้านเล็กๆ และตู้กดน้ำครับ

จริงๆ แล้วการเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ได้แพงอย่างที่หลายคนคิด ถ้าเราวางแผนดีๆ
โดยงบเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท ก็สามารถเที่ยวได้สนุก ครบพื้นฐานสำคัญแล้วครับ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ
📌 ติดตาม ค่าเงินเยน
📌 และอัปเดตเรื่อง มาตรการ/ภาษีใหม่ๆ ก่อนเดินทางเป็นระยะ
แค่นี้ก็เที่ยวได้แบบสบายใจ ไม่กลัวงบบานปลายแน่นอนครับ 😊



